นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ธุรกิจ SMEsเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย คือ ผู้ผลิตสินค้าหลากหลายประเภทที่เป็นสินค้าส่งออกสำคัญของประเทศ เช่น อาหาร เครื่องดื่ม สินค้าสมุนไพร เครื่องสำอาง สินค้าสปา เป็นต้น และเป็นแหล่งจ้างงานจำนวนมหาศาล ดังนั้น การสนับสนุนธุรกิจกลุ่มนี้ให้อยู่รอดและเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประเทศ

“กระทรวงฯ ได้สนับสนุนการหาช่องทางจัดจำหน่ายที่เหมาะสมให้กับ SMEs พร้อมจัดโครงการเพื่อสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายเดิมพัฒนาศักยภาพของธุรกิจ เพื่อคว้าโอกาสใหม่ๆ ในตลาดการค้าในปัจจุบันและอนาคต”

นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า กรมฯ โดยสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ หรือ NEA ได้จัดโครงการพัฒนาศักยภาพ SMEs มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหนึ่งในโครงการที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามทุกปี คือ โครงการสร้าง SMEs ไทยสู่เวทีการค้าสากล (ต้นกล้า ทู โกล) ที่จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 10 สถาบันฯ ได้เฟ้นหาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาติวเข้มด้านการค้าระหว่างประเทศ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการ SMEs ท้องถิ่นสามารถพัฒนาธุรกิจให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในตลาดเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 การดำเนินโครงการแบ่งเป็น 4 ระยะ ได้แก่ การเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการค้าระหว่างประเทศ การสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์และการจัดทำแผนธุรกิจ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อต่อยอดสินค้านวัตกรรมในเชิงสร้างสรรค์  และการเจรจาการค้ากับคู่ค้าที่มีศักยภาพทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ปัจจุบัน การอบรมเสร็จสิ้นไปแล้ว 2 ระยะ ซึ่งผู้เข้าอบรมมากกว่า 75 บริษัท สามารถปรับและเขียนแผนธุรกิจ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และหาช่องทางจัดจำหน่ายที่เหมาะสม เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดีกว่าเดิม โดยทางโครงการได้จัดประกวดและมอบรางวัลการเขียนแผนธุรกิจเชิงสร้างสรรค์จำนวน 3 รางวัล ให้กับผู้ชนะจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ และภาคตะวันออก

สำหรับระยะที่ 3 และ 4 ที่จัดขึ้นระหว่างเดือนมิถุนายน – สิงหาคม 2564 ผู้ร่วมโครงการเรียนรู้การสร้างสรรค์และพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และดึงดูดใจผู้ซื้อมากยิ่งขึ้น มีการประกวดรางวัลการออกแบบบรรจุภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์จำนวน 3 รางวัล นอกจากนี้ ผู้ประกอบการจะได้ร่วมกิจกรรมเจรจาการค้า (Business Matching) ออนไลน์ผ่านระบบ zoom กับผู้ซื้อทั้งไทยและต่างประเทศมากกว่า 10 ราย เช่น เซ็นทรัล กรุ๊ป เดอะมอลล์ กรุ๊ป คิงส์ พาวเวอร์ฯลฯ และจัดแสดงนิทรรศการสินค้าออนไลน์ ในวันที่ 17 สิงหาคม 2564 ซึ่งคาดว่า จะมียอดสั่งซื้อสินค้าภายใน 1 ปี มูลค่าไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท

ทั้งนี้ โครงการต้นกล้า ทู โกล ประจำปี 2564 มีผู้สมัครร่วมโครงการรวม 645 ราย จากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออก และส่วนกลาง และมีนิติบุคคลผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมอบรมในโครงการในระยะ 2-4 มากกว่า 75 ราย ผู้ผ่านการอบรมครบทุกระยะจะได้รับสิทธิพิเศษมากมาย เช่น รับคัดเลือกให้จำหน่ายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ในประเทศจีน พร้อมร่วมโครงการ SMEs Pro-active และกิจกรรมแสดงสินค้าของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวการอบรมของ NEA ได้ที่ https://nea.ditp.go.th หรือ https://www.facebook.com/nea.ditp หรือ DITP Service Center โทร. 1169